วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เส้นทางขับรถเที่ยว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

เส้นทางขับรถเที่ยวในม่านหมอกวังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาเส้นทางขับรถเที่ยวในม่านหมอกวังน้ำเขียว แหล่งที่มีโอโซนสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก "เชื่อหรือไม่ว่า นี่คือสวิตเซอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน" สถานที่ซึ่งมีชั้นโอโซนหนาแน่น และมีอากาศบริสุทธิ์ในโลกใบนี้หาได้น้อยแห่งนัก แต่เชื่อไหมว่า เมืองไทยเป็นสถานที่หนึ่งซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์ ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา แหลางที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ามีโอโซนสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ด้วยสภาพแวดล้อมท่ามกลางหุบเขาในผืนป่าดงพญาเย็น ที่นี่จึงมีฝนตกชุกและมีหมอกหนา อากาศเย็นสบายตลอดปี ถือเป็น "แดนสวรรค์เมืองหมอก" อย่างแท้จริง ไม่ผิดเลยหากจะเรียกที่นี่ว่า "สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน" รู้อย่างนี้แล้ว จะไม่อยากไปเยือนสักครั้งเชียวหรอ


ที่มา ขับรถเที่ยว

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เส้นทางขับรถเที่ยว"เนื้อทราย"ในทุ่งกระมัง จ.ชัยภูมิ

ขับรถเที่ยว เส้นทางขับรถเที่ยวที่สุดแห่ง"เนื้อทราย" ในทุ่งกระมัง ที่เดียวในเมืองไทยที่ได้เห็นฝูงเนื้อทรายกว่าครึ่งร้อย ออกมาปรากฏตัวอย่างไม่เกรงกลัวใคร ในช่วงกลางวัน เชื่อหรือไม่ ผืนป่ากว้างของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว บนเทือกเขาเพชรบูรณ์ แหล่งอาศัยของสัตว์ตระกูลกวางที่มีดวงตางดงามที่สุดนั่นคือ "เนื้อทราย" สัตว์ป่าคุ้มครองและอยู่ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริปล่อยสัตว์คืนถิ่น ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชีนีนาถ ทุกวันฝูงของมันกว่าครึ่งร้อยจะลงมาดุ่มเดินอย่างเสรี เลาะเล็มหญ้าระบัดใบในทุ่งกว้างนาม "ทุ่งกระมัง" อย่างไม่เกรงกลัวใคร ยิ่งวันใดสายหมอกโรยตัวลงบนท้องทุ่ง ความงามน่าตื่นตาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ฝูงเนื้อทรายกลุ่มใหญ่ที่สุดในเมืองไทยนี้จึงมีเสน่ห์เกินบรรยาย

ที่มา : ขับรถเที่ยว

วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

รอบรู้เรื่องน้ำมันเครื่องและการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

สิ่งที่เราต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุดในอายุการใช้งานของรถยนต์คันหนึ่ง สิ่งนั้นคือน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ที่ผมอยากจะกล่าวถึงเรื่องนี้ก็เพราะว่าลูกค้าที่เข้ามาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่ศูนย์บริการของเรามักจะไม่แน่ใจว่าจะเลือกน้ำมันเครื่องอย่างไรดี ส่วนใหญ่นั้นมักจะเลือกจากยี่ห้อเป็นหลัก
ซึ่งทำให้น้ำมันหล่อลื่น เครื่องยนต์บางยี่ห้อที่มีคุณภาพดีๆถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะยี่ห้อของคนไทยเอง ผมขอเริ่มด้วยการอธิบายหน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์กันก่อนนะครับ

1. หน้าที่ในการหล่อลื่น
โดยน้ำมันหล่อลื่นจะเคลือบชิ้นส่วนโลหะในเครื่องยนต์ในลักษณะเป็นฟิล์มเคลือบ อยู่ที่ผิวโลหะ เพื่อช่วยลดการสัมผัสกันโดยตรงของชิ้นส่วนโลหะ โดยความหนาของฟิล์มนั้นขึ้นอยู่กับความหนืดของน้ำมันเครื่อง

2. หน้าที่ในการระบายความร้อน
ใน ช่วงที่เครื่องยนต์กำลังทำงานนั้นจะเกิดความร้อนขึ้นบริเวณรอบๆฝาสูบ รอบๆกระบอกสูบ ลูกสูบ ข้อเหวี่ยงและ ชิ้นส่วนภายในต่างๆ ปั๊มน้ำมันเครื่องจะส่งน้ำมันเครื่องไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ เมื่อน้ำมันเครื่องไหลกลับก็จะพาเอา ความร้อนกลับลงไปสู่อ่างน้ำมันเครื่องด้วย จึงเป็นการระบายความร้อนให้ชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์อีกทางหนึ่ง

3. หน้าที่ในการป้องกันสนิมและการกัดกร่อน
การ เผาไหม้ในเครื่องยนต์จะทำให้เกิดความชื้นและไอน้ำ เป็นสาเหตุให้เกิดสนิมกับชิ้นส่วนต่างๆ ขณะเดียวกันการเผาไหม้เชื้อเพลิงก็ทำให้เกิดกรดกำมะถัน ซึ่งสามารถกัดกร่อนชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ให้สึกหรอได้ น้ำมันเครื่องมีหน้าที่ทำให้ไอน้ำและกรดกำมะถันเจือจางลงซึ่งช่วยป้องกัน สนิมและการกัดกร่อนได้

4. หน้าที่ในการป้องกันการรั่วของกำลังอัด
น้ำมัน เครื่องที่มีลักษณะเป็นฟิล์มจะช่วยเคลือบผนังกระบอกสูบ เพื่อทำหน้าที่ป้องกันการรั่วของกำลังอัดภายในกระบอกสูบที่จะไหลผ่านระหว่าง แหวนลูกสูบและกระบอกสูบลงสู่ห้องแคร้งของเครื่องยนต์

5. หน้าที่ในการทำความสะอาด
การ เผาไหม้ในเครื่องยนต์จะทำให้เกิดเขม่าและผงโลหะ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดตันภายในชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้เพราะฉะนั้นน้ำมัน เครื่องมีหน้าที่ชะล้างเขม่าและป้องกันการรวมตัวกันของผงโลหะที่อาจทำให้ เกิดการอุดตันได้

หลังจากที่ท่านได้ทราบหน้าที่ของน้ำมันเครื่องแล้ว ท่านคงจะให้ความสำคัญกับการเลือกน้ำมันเครื่องมากขึ้นแล้วผมขอข้ามส่วน ประกอบอื่นๆของน้ำมันเครื่องเช่น สารเพิ่มคุณภาพ (ADDITIVES)ไปเลย เพราะสารเหล่านี้เราไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่าและผู้ผลิตก็ไม่ได้แจ้งไว้ ที่ฉลากด้วย เพราะฉะนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องสนใจมากนัก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสถาบันวิจัยน้ำมันเครื่องดีกว่านะครับ เราจะได้เข้าสู่วิธีการเลือกน้ำมันเครื่องกันสักที โดยการเลือกน้ำมันเครื่องนั้น

ผมขอแบ่งเป็น 3 วิธีละกันนะครับ

1. เลือกจากชนิดของน้ำมันเครื่อง
คือ การเลือกโดยดูจากพื้นฐานของน้ำมันเครื่องว่าเป็นชนิดไหน ซึ่งจะมีผลกับอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่องโดยส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 3 ชนิด ดังนี้
1.1 น้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา
1.2 น้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์
1.3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์

โดย ข้อแตกต่างของน้ำมันเครื่องทั้งสามชนิดนี้ก็คือโครงสร้างของโมเลกุลในตัว น้ำมันเครื่องที่มีการยึดตัวเกาะกัน โดยการยึดตัวของอะตอมที่ต่างกันทำให้น้ำมันเครื่องสามารถคงความหนืดและ ลักษณะการเป็นฟิล์มได้นานต่างกัน สรุปง่ายๆว่าข้อแตกต่างของน้ำมันเครื่องทั้งสามชนิดก็คือระยะเวลาในการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั่นเอง

ระยะทางของการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแต่ละชนิด แบ่งออกได้เป็นดังนี้
1. น้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา ประมาณ 4000 กิโลเมตร
2. น้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์ ประมาณ 6000 กิโลเมตร
3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ประมาณ 10000 กิโลเมตร

โดย ระยะเวลาของการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้นอาจแตกต่างกันได้ขึ้นอยู่กับ ลักษณะการใช้รถยนต์ของแต่ละท่าน เช่น บางท่านอาจวิ่งทางไกลอย่างเดียวซึ่งไม่ค่อยพบกับการจราจรที่ติดขัด ระยะเลขกิโลเมตรที่หน้าปัทม์ของรถท่านก็อาจตรงกับระยะทางที่ท่านวิ่งจริงๆ ท่านสามารถเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามที่กำหนดไว้หรือมากกว่าได้ แต่ผู้ที่พบการจราจรที่ติดขัดอยู่เป็นประจำแม้รถของท่านจะไม่ได้วิ่งแต่ เครื่องยนต์ของก็ทำงานตลอดเวลา ท่านจึงควรจะเปลี่ยนเร็วกว่าที่กำหนดไว้สักนิด

2. เลือกจากเกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่อง
คือ การเลือกโดยดูจากเกรดคุณภาพที่เกิดจากการทดสอบคุณสมบัติด้านต่างๆของน้ำมัน เครื่องซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณภาพและประสิทธิภาพเกือบทุกด้านของน้ำมันเครื่อง โดยสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลกให้เป็นผู้ทดสอบคือ สถาบัน API ที่ย่อมาจาก AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE โดยAPI จะแบ่งเกรดคุณภาพเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องกลุ่ม ที่ 1 คือเกรดคุณภาพสำหรับเครื่องยนต์เบนซินซึ่งตามหลังอักษรย่อ API โดยจะใช้ตัวอักษร S(STATION SERVICE-SPARK IGNITION) นำหน้าตัวอักษรย่อที่บ่งบอกเกรด คุณภาพของน้ำมันเครื่องซึ่งเริ่มจากตัวอักษร A ซึ่งเป็นเกรดคุณภาพต่ำสุดจากนั้นจึงไล่ตามตัวอักษรไปเรื่อยๆ คือ B, C, D, E, F, G, H,J และ Lเช่น API SG, API SJและ API SL ซึ่งเป็นเกรดคุณภาพสูงสุดในปัจจุบัน เราสามารถดูเกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่องที่แสดงไว้บนฉลากข้างแกลลอน

เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง apiกลุ่ม ที่ 2 คือเกรดคุณภาพสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งตามหลังอักษรย่อ API โดยจะใช้ตัวอักษร C (COMMERCIAL SERVICE-COMPRESSION IGNITION) นำหน้าตัวอักษรย่อ ที่บ่งบอกเกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่องซึ่งเริ่มจากตัวอักษร A ซึ่งเป็นเกรดคุณภาพต่ำสุดจากนั้นจึงไล่ตามตัว อักษรไปเรื่อยๆคือ B, C,D, E, F, G, Hและ I เช่น API CF, API CG-4, API CH-4และ API CI-4 ซึ่งเป็นเกรดคุณภาพสูงสุดในปัจจุบัน (เลข 4 ที่ตามหลังหมายถึง เน้นใช้สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ)

ตามความเป็น จริงแล้วทั้งน้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลนั้น สามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลได้ แต่จะมีความเหมาะสมกับเครื่องยนต์แต่ละชนิดต่างกัน หากน้ำมันเครื่องชนิดไหนที่เหมาะกับเครื่องยนต์เบนซิน ทางสถาบัน API จะนำเกรดคุณภาพที่เหมาะสมมาไว้ข้างหน้าเช่น น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์เบนซินจะมีเกรดคุณภาพดังนี้ API SL/CF หรือน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ดีเซลก็จะมีเกรดคุณภาพดังนี้ API CH-4/SJ ซึ่งหมายความว่าเกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่องดีเซลชนิดนี้เทียบเท่ากับเกรด คุณภาพของน้ำมันเครื่องเบนซินในเกรดคุณภาพ SJ นั่นเอง ส่วนที่แตกต่างกันของน้ำมันเครื่องทั้ง 2 เกรดคุณภาพคือ ส่วนประกอบอื่นๆของน้ำมันเครื่องเช่นสารเพิ่มคุณภาพ (ADDITIVES) ซึ่งเหมาะกับเครื่องยนต์ที่ต่างชนิดกัน ในปัจจุบันผมแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดคุณภาพสูงสุดหรือใกล้เคียงเกรด คุณภาพสูงสุดอยู่เสมอ ถึงแม้ราคาจะแพงกว่าเกรดที่ต่ำกว่าแต่ก็คุ้มค่ากว่าเช่นกัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบราคาของน้ำมันเครื่องเกรดคุณภาพต่ำกับเกรดคุณภาพสูงสุด นั้นราคาก็ต่างกันไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้นเอง

3. เลือกจากเกรดความหนืดของน้ำมันเครื่อง
ความ หนืดของน้ำมันเครื่องจะเกี่ยวข้องกับการสร้างชั้นเคลือบและการไหลเวียนของ น้ำมันเครื่อง ซึ่งเกรดความหนืดคืออัตราการไหลของปริมาณต่อขนาดและความยาวของรู ต่อหน่วยเวลา ณ อุณหภูมิหนึ่ง เช่น น้ำมัน 60 ซี.ซีไหลผ่านรูขนาด 12.25 มิลลิเมตร ณ อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ส่วนหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในการวัดเกรดความหนืดก็คือสมาคม วิศวกรรมยานยนต์หรือ SAE (SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS)โดยเกรดความหนืดของน้ำมันเครื่องจะแสดงเป็นอักษรย่อ SAE แล้วตามด้วยเกรดความหนืดเป็นตัวเลข เช่น5,10,15,30,40 และ 50 เป็นต้น โดยตัวเลขยิ่งมาก ความหนืดก็จะสูงตามไปด้วยเช่น SAE 10W-50 จะมีความหนืดมากกว่า SAE 5W-40 ซึ่งการวัดเกรดความหนืดจะแบ่งเป็นการวัดที่ 2 อุณหภูมิที่แตกต่างกัน

1. วัดที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ซึ่งตัวเลขเกรดความหนืดจะตามด้วยอักษร W (WINTER) เช่น 5W, 10W

2. วัดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ซึ่งตัวเลขเกรดความหนืดจะเป็นตัวเลขอย่างเดียวเช่น 30, 40, 50

การ เลือกน้ำมันในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศร้อนให้ดูที่ตัวเลขตัวหลังสุดที่ไม่มีตัวอักษรนำหน้าอย่าง เดียวก็พอ เพราะประเทศไทยไม่มีอุณหภูมิติดลบจึงไม่มีความจำเป็นต้องดูตัวเลขที่มีตัว อักษร W ตามหลัง

ข้อมูลจาก เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

MOTOR EXPO 2011 ในแนวคิด “ฤดูผลิบาน ดอกไม้ยานยนต์”

ข่าวรถยนต์
ข่าวรถยนต์
ข่าวรถยนต์ : “สื่อสากล” มั่นใจตลาดรถปี 2554 เติบโต 10% ตามภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คาดค่ายรถจีนทุ่มทำตลาดในไทย ส่วนรายใหญ่เร่งขยายกำลังการผลิตเต็มสูบ เผยแนวคิดงาน MOTOR EXPO 2011 “ฤดูผลิบาน ดอกไม้ยานยนต์” ต้อนรับปีกระต่ายทองของอุตสาหกรรมยานยนต์


นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานคณะกรรมการจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28″ หรือ The 28th Thailand International Motor Expo 2011 เปิดเผยว่า “เมื่อปีที่แล้วตลาดรถกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงการจัดงาน หลังจากฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองก่อนหน้านี้มาได้สำเร็จ ทำให้ในปี 2553 ตลาดรถในประเทศสามารถทำยอดจำหน่ายรวมได้กว่า 8 แสนคัน ขณะที่จำนวนการผลิตพุ่งสูงถึง 1.7 ล้านคัน”


นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2554 ภาพรวมคาดการณ์ว่าน่าจะเติบโตราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยพิจารณาจากปัจจัยเกื้อหนุนหลายประการ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและมีการจับจ่ายซื้อสินค้าทุกประเภทตามภาวะปกติ อีกครั้ง สำหรับการเคลื่อนไหวของค่ายรถยนต์ต่างๆ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิตรถสัญชาติจีนหลายรายตัดสินใจเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ด้านค่ายรถยักษ์ใหญ่ที่มีฐานการผลิตอยู่ในไทยได้แสดงความมั่นใจกับตลาดในปี 2554 ด้วยการลงทุนขยายโรงงาน เพิ่มกำลังการผลิต เพื่อป้อนตลาดทั้งในประเทศและส่งออก
“เชื่อว่าปีนี้ประชาชนจะได้เห็นการเปิดตัวรถยนต์รุ่น ใหม่จากหลายค่ายออกมาอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมในทุกประเภทรถ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานของผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น โดยการออกแบบและพัฒนารถจะเน้นการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นหัวใจหลัก จำพวกรถยนต์ไฮบริดจ์และรถยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิงทดแทนอย่างแกสโซฮอล อี 20 อี 85 และดีเซล บี 5” นายขวัญชัย กล่าว


ยิ่งกว่านั้น ยังมี “รถอีโคคาร์” ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเป็น “โพรดักท์ แชมเพียน” ของไทยอีกตัวหนึ่งในอนาคต ด้วยการออกแบบให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด ดีไซจ์นล้ำสมัย และประหยัดพลังงานจนเป็นที่นิยมของผู้บริโภคได้ในเวลาอันรวดเร็ว
“ทุกๆ สิ้นปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราจัดงานมหกรรมยานยนต์ บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความคึกคักที่มีทั้งความแตกต่างและหลากหลายของรถที่นำ มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกที่ตรงใจแก่ผู้บริโภค ซึ่งผู้จัดเห็นว่าบรรยากาศดังกล่าวไม่แตกต่างจากอุทยานดอกไม้นานาพรรณในฤดู ผลิบาน ซึ่งประชาชนและค่ายรถจะมีโอกาสได้สัมผัสและชื่นชมปีละครั้งจึงกำหนดแนวคิด ของ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28” ว่า “ฤดูผลิบาน ดอกไม้ยานยนต์” หรือ AUTOMOBILE BLOSSOMS IN FULL BLOOM”


ที่มา : ข่าวรถยนต์

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ขับรถเที่ยวดินแเดนไดโนเสาร์ร้อยล้านปี จ.กาฬสินธุ์

ขับรถเที่ยว โลกดึกดำบรรพ์ จ.กาฬสินธุ์

เส้นทางขับรถเที่ยว โลกดึกดำบรรพ์ ในดินแเดนไดโนเสาร์ร้อยล้านปี ซากฟอลซิลไดโนเสาร์ ภูกุ้มข้าว จ.กาฬสินธุ์ " ไม่น่าเชื่อว่า เราจะหายใจบนแผ่นดินที่เหล่าไดโนเสาร์เคยย่างเดินมาหลายล้านปี " ในเขตวัดป่าสักกะวันอันเงียบสงบ เชิงภูกุ้มข้าว เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตได้ตกทอดอยู่ในชั้นหินและดินดาน ซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ซอโรพอดที่ซ่อนงำอยู่ในชั้นหินดินชั้นดินกว่า 130 ล้านปี กระจ่างขึ้นในดวงตาและหัวใจของมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นภายหลัง การโยงใยบนแผ่นดินเดียวกัน จากยุคสู่ยุค จากอดีตเติบโตสู่ปัจจุบัน ใึครจะเชื่อว่า ร่ิองรอยโลกดึกดำบรรพ์ของพวกเขาเหล่านี้ืที่ภูกุ้มข้าวมีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

ที่มา เส้นทางขับรถเที่ยว

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

การแก้ปัญหาพวงมาลัยดึง

การดูแลรักษารถยนต์ที่เราขับรถแล้วพบว่ามีอาการดึงไปข้างใดข้างหนึ่งทำให้ต้องคอยหักพวงมาลัยขืนเอาไว้ตัวปัญหา มีด้วยกันหลายจุด ต้องพิจารณากันให้ดี

การดูแลรถยนต์ พวงมาลัยดึง

เกิดเพราะยาง

เกิน 50% ที่อาการดึงของรถมีสาเหตุมาจากยาง เช่น แรงดันลมอาจจะต่ำไป ก่อนจะไปพิจารณาที่อื่นควรทดลองวัดแรงดันลมยางเป็นอย่างแรก หากมีปัญหาลมยางอ่อนก็จัดการเติมให้ได้ตามที่ผู้ผลิตกำหนด แต่ถ้าลมยางถูกต้องหรือเติมไปเรียบร้อยแล้วแต่อาการดึงยังคงมีอยู่ หากยางที่ใช้เป็นยางใหม่และก่อนหน้าจะไปเปลี่ยนยางก็ไม่เคยมีอาการดึงแบบนี้ มาก่อนแสดงว่า ตัวปัญหาอยู่ที่ยางชุดใหม่ โดยอาจจะเกิดจากขั้นตอนการผลิตที่มีการวางเส้นเข็มขัดรัดหน้ายางไม่อยู่ใน ตำแหน่งที่ถูกต้อง อย่างที่เรียกว่า Off Center Belt เวลายางกลิ้งไปบนถนนจะทำให้เกิดแรงกระแทกทางด้านข้าง (Side Force) เอาชนะแรงที่ทำให้ยางกลิ้งในทางตรง (Roll Straight Ahead) การทดลองให้รู้คือสลับยางหน้าทั้ง 2 เส้น ถ้าอาการดึงเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้าม ชัวร์ว่ายางเป็นเหตุได้เลย หากไม่สามารถเปลี่ยนยางเส้นใหม่ได้ก็ต้องลองสลับเอายางจากล้อหลังมาใช้แทน อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการพวงมาลัยดึง เป็นเรื่องของการใช้ยางเก่าหรือยางกลางเก่ากลางใหม่ ยางที่มีการสึกของดอกยางมากน้อยต่างกันแต่กลับนำมาใช้ร่วมกัน การใช้ยางผิดประเภทหรือการใช้ยางต่างขนาด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการดึงเช่นกัน

ช่วงล่างมีปัญหา

หลังการทดลองสลับยางแล้วพบว่าอาการดึงของพวงมาลัยยังไม่เปลี่ยนแปลง หรือมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เคยดึงไปทางด้านไหนก็ยังคงดึงไปทางเดิม ไม่ยอมเปลี่ยนใจแสดงว่างานนี้ยางไม่เกี่ยวก็ต้องพิจารณาที่จุดอื่น เช่น อาจเกิดจากศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง โดยแม้จะคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้รถเกิดอาการดึงไปด้านใดด้าน หนึ่งได้ โอกาสที่ศูนย์ล้อจะเกิดการผิดเพี้ยนเปลี่ยนไปนั้นมีได้มาก อย่างเช่น ถ้ายางมีการสึกหรอมาก แต่ค่อนข้างสม่ำเสมอที่ขอบหน้ายางด้านใดด้านหนึ่ง จะมีผลทำให้มุมแค็มเบอร์ผิดไป และจะเกิดอาการดึงมากขึ้นยามขับบนถนนต่างระดับหรือพวกถนนหลังเต่า แต่หากขอบหน้ายางด้านใดด้านหนึ่งสึกเป็นจุด เป็นชั้นหรือสึกไม่เรียบ ปัญหาก็เหมือนกับว่าระบบช่วงล่างหลวมหรือตัวรองรับน้ำหนักทรุดทำให้มุม แค็มเบอร์เปลี่ยนไปเป็นจังหวะๆ ขณะที่รถวิ่งพวกคอยล์สปริงหรือแหนบที่นิ่มล้าหรือทรุดตัวแล้วจะเป็นสาเหตุ สำคัญที่มีผลทำให้ชุดแค็มเบอร์เปลี่ยนแปลง รถที่ใช้ระบบรองรับน้ำหนักเป็นคอยล์สปริง เราสามารถทดสอบและตรวจเช็คว่ามันล้าหรือทรุดตัวหรือยังได้หลายทาง เช่น จากการสังเกตเวลาเลี้ยวโค้งเร็ว ๆ จะพบว่าตัวรถมีอาการเอียงตัวมากกว่าปกติ หรือตรวจสอบความสูงของตัวรถเมื่อพบว่าความสูงทางด้านหน้ากับด้านหลังตลอดจน ด้านซ้ายกับด้านขวามีความสูงแตกต่างกันเกินกว่า 13 มม. หรือ ½ นิ้ว ก็แสดงว่าสปริงล้าหรือทรุดตัวแล้ว สำหรับรถที่ใช้ระบบรองรับน้ำหนักเป็นแหนบต้องตรวจสภาพแหนบว่ายังอยู่ดีหรือ ไม่แหนบหักหรือเปล่า พวกน็อตสาแหรกยึดตับแหนบมีรายการ หลุดหลวม คลายตัวหรือไม่ พวกหูแหนบหรือโตงเตงแหนบมีการชำรุดหรือไม่ พวกที่ใช้ระบบรองรับน้ำหนักแบบทอร์ชั่นบาร์ เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็มีอาการล้าและทรุดตัวได้เช่นเดียวกัน และบางทีด้านซ้ายกับด้านขวาจะทรุดไม่เท่ากัน จากการรับน้ำหนัก จะแตกต่างกัน หากนั่งคนเดียวบ่อยๆด้านขวามักจะทรุดมากกว่า แต่ระบบรองรับน้ำหนักแบบทอร์ชั่นบาร์นี้ดี อยู่อย่างคือ สามารถปรับตั้งระดับความสูงได้ จึงควรตรวจเช็คระดับความสูงของรถให้เท่ากัน

ลูกปืนและลูกหมาก

เป็นอีกจุดที่สามารถสร้างปัญหาให้รถเกิดอาการดึงไปข้างใดข้างหนึ่ง ควรตรวจสภาพของลูกปืนล้อและลูกหมากหากทำเองไม่ได้ก็ควรนำรถไปหาช่างการตรวจ สอบลูกหมากนี้สามารถทำต่อเนื่องจากการตรวจสอบลูกปืนล้อได้เลย ยังมีอีกหลายจุดที่ทำให้เกิดปัญหาพวงมาลัยหันไม่ตรงกับทิศทางที่เราขับรถไป ต้องเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง อาทิ มุมแคสเตอร์มีปัญหาเนื่องจากมุมแคสเตอร์จะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการ ดึงของล้อหลังจากที่ได้หักเลี้ยวไปแล้ว หากมีปัญหาก็จะมีผลกับน้ำหนักของพวงมาลัย การตอบสนองของพวงมาลัย การเลี้ยว รวมทั้งยังมีผลกับการทรงตัวของรถยามเบรก และประสิทธิภาพในการหยุดรถอีกด้วย แต่ถ้าเหยียบเบรกเพื่อชะลอหรือหยุดรถแล้วพบว่าพวงมาลัย ถูกดึงไปข้างใดข้างหนึ่ง แบบนี้แสดงว่าตัวการเกิดขึ้นจากระบบเบรกซึ่งก็ต้องพึ่งพาให้ช่างเขาจัดการ ให้เช่นกัน

ข้อมูล : ดูแลรักษารถยนต์

เชฟโรเลตเปลี่ยนหัวใจขับเคลื่อนใหม่ให้ “แคปติวา”

เชฟโรเลตเปลี่ยนหัวใจขับเคลื่อนใหม่ให้ “แคปติวา” รถอเนกประสงค์สุดล้ำ เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่

2011-Chevrolet-Captiva

ข่าวรถยนต์ใหม่ ที่เร้าใจด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่บล็อก 4 สูบแถวเรียงความจุกระบอกสูบ 2.4 ลิตร DOHC พร้อมระบบแคมชาฟท์แปรผันคู่ต่อเนื่อง (ดับเบิล ซีวีซี) ที่สามารถปรับเปลี่ยนท่อไอดีและไอเสียได้ตามรอบเครื่องยนต์ เพิ่มสมรรถนะและความประหยัด

เครื่องยนต์ใหม่ของ แคปติวาได้ผ่านการทดสอบอย่างหนักตามมาตรฐานของ จีเอ็มและเชฟโรเลต ที่เรียกว่า โกลบอล เอนจิน ดูราบิลิตี (GED) ถูกติดตั้งอยู่ในเชฟโรเลต แคปติวาเพื่อวิ่งทดสอบในสภาพภูมิอากาศและสภาพถนนที่แตกต่างกันทั่วโลก เพื่อให้แน่ใจว่า แคปติวาที่ใช้ขุมพลังขับเคลื่อนใหม่นี้จะสามารถรองรับกับการใช้งานในทุกรูปแบบ

นอกจากความทนทานแล้ว เครื่องยนต์ใหม่ยังให้ความเร้าใจด้วยพละกำลังสูงสุดถึง 165 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมไดรเวอร์ ชิฟท์ คอนโทรล (DSC) ที่ถือเป็นครั้งแรก และก้าวล้ำหน้ากว่ารถในระดับเดียวกัน

ระบบขับเคลื่อนของแคปติวา มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (AWD) พร้อมระบบเสริมแรงบิดอัจฉริยะ (แอ๊คทีฟ ทอร์ค ออน ดีมานด์) ช่วยเสริมพละกำลังให้แก่ระบบขับเคลื่อนแบบ AWD จากการทำงานของคลัตช์แม่เหล็กไฟฟ้ากับคลัตช์แบบเปียกซึ่งจะทำหน้าที่ส่งกำลังสู่ระบบเฟืองท้ายเพื่อกระจายแรงบิดที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับเพลาล้อคู่หน้าและคู่หลัง ทั้งนี้เพื่อสร้างสมดุลและเสริมกำลังให้แก่สภาพการขับขี่ที่แตกต่างกันออกไป

2011-Chevrolet-Captiva-SUV-Rear

นอกจากนี้แคปติวายังได้รับการติดตั้งระบบเครื่องเสียงด้วยเทคโนโลยีสามมิติจากยุโรปใหม่ล่าสุด ซึ่งจะมีระบบประมวลผลที่ช่วยปรับคุณภาพของทุกความถี่เสียงให้มีมิติความละเอียดและคมชัดที่สุดจากลำโพง 6 ตัวในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 8 ตัวในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

ภายในยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ต่าง ๆ ทั้งระบบมัลติมีเดียที่สามารถดูหนัง ฟังเพลงทั้งจากแผ่นซีดี และเอสดี การ์ด (รองรับไฟล์เอ็มพี 4) พร้อมการติดตั้งช่องต่ออุปกรณ์เสริมและยูเอสบี เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องเสียงแบบพกพาและระบบบลูทูธ (เฉพาะในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ) อีกด้วย การออกแบบภายในห้องโดยสารคงความหรูหราทันสมัย เพิ่มความสดใหม่ด้วยแผงมาตรวัดดีไซน์ใหม่แบบเรืองแสงสีน้ำเงินเข้ม พร้อมความกว้างขวางสะดวกสบายจากเบาะโดยสาร 7 ที่นั่ง เมื่อพับเบาะแถวที่ 3 ราบลงจะมีปริมาตรในการขนสัมภาระอยู่ที่ 465 ลิตร และเมื่อปรับเบาะแถวที่ 2-3 ให้เรียบในระดับเดียวกันจะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยสูงสุดถึง 930 ลิตร

2011-chevrolet-captiva-interior

ส่วนชุดกันสะเทือนของแคปติวาที่ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัทและใช้ระบบช่วงล่างอิสระ 4-ลิงก์ ที่ด้านหลัง ให้การยึดเกาะถนนอย่างปลอดภัยและความนุ่มนวลเพื่อการขับขี่ พร้อมเสริมความโดดเด่นที่เหนือชั้นกว่ารถอเนกประสงค์รุ่นใด ๆ ด้วยช่วงล่างแบบยกตัวอัตโนมัติ ที่จะช่วยปรับระดับของช่วงล่างให้อยู่ในระนาบเดียวกัน เช่น เมื่อมีการบรรทุกสัมภาระที่ด้านท้ายรถ น้ำหนักที่ถ่วงท้ายก็จะทำให้หน้ารถเชิดขึ้น แต่ด้วยกลไกอัตโนมัติของช่วงล่างใหม่ก็จะปรับช่วงล่างด้านหลังให้ยกสูงขึ้นอัตโนมัติ เพื่อรักษาสมดุลของรถ ลดอาการหน้ารถเชิดขึ้นและยังช่วยให้ควบคุมรถได้มั่นคงปลอดภัย

ดังนั้นการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่เพื่อเพิ่มจุดเด่นให้กับแคปติวาครั้งนี้ก็ต้องให้ลูกค้าได้พิสูจน์กันต่อไป.

เชฟโรเลต แคปติวา ขุมพลังใหม่ เร้าใจ สุดประหยัด
ที่มา ข่าวรถยนต์ใหม่